Log In Forgot Password?
ฮวงจุ้ยว่าด้วยเรื่องลม

ฮวงจุ้ย เสริมดวง : ฮวงจุ้ยว่าด้วยเรื่องลม

ฮวงจุ้ยว่าด้วยเรื่องลม

บ้านใดที่ขาดลม บ้านนั้นขาดโชคลาภ สุขภาพไม่ดี ดังนั้น มาหาวิธีให้ลมพัดเข้าบ้านตามหลักฮวงจุ้ยกันดีกว่า

หากเราต้องการที่จะจัดฮวงจุ้ยของที่พักอาศัยให้ได้ผลนั้น สิ่งสำคัญในลำดับแรกคือการทำอย่างไรให้บ้านของเราสามารถรับกระแสพลังงานจากลมธรรมชาติได้ดีที่สุด เพราะ “ฮวง” นั้นหมายถึงลม และ “จุ้ย” นั้นหมายถึงน้ำ ซึ่งนักปราชญ์จีนได้กล่าวไว้ว่า “พลังงาน นั้นมากับลมและสะสมตัวที่น้ำ” ดังนั้นเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างบ้านเพื่อให้สามารถรับกับกระแสลมจากธรรมชาติได้   หากบ้านของเราไม่สามารถรับกระแสลมจากธรรมชาติได้เราจึงค่อยสร้างกระแสเทียม หรือกระแสประดิษฐ์ เช่น น้ำพุ, น้ำตก, โอ่งน้ำล้น, ตู้ปลา หรือ พัดลม จะเห็นว่าหากเราสามารถจัดชัยภูมิหรือเลือกทิศทางของบ้านได้ดีให้สามารถรับ กระแสลมตามธรรมชาติได้ จะทำให้มีโอกาสได้ที่พักอาศัยที่มีฮวงจุ้ยที่ดีได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างกระแสเทียมแม้แต่น้อย

หลักการง่ายๆของการเกิดลมนั้นได้แก่ความแตกต่างของอุณหภูมิของอากาศโดยอากาศที่มี อุณหภูมิสูงจะมีความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำ อากาศที่ร้อนกว่าจะลอยตัวขึ้นสูงและอากาศที่เย็นกว่าจะเคลื่อนที่มาแทนในแนว ระนาบ ดังนั้นทุกครั้งที่เราโดนลมพัดผ่านเราจึงรู้สึกเย็นสบาย และการที่แกนโลกเอียงที่ 23  องศา ทำมุมกับดวงอาทิตย์ เมื่อโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์จึงทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆกันไปในรอบหนึ่งปี โดยการเกิดฤดูกาลนี้เองทำให้เกิดกระแสลมหลักๆสองทิศทางในประเทศไทยดังนี้

1. ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เป็น ลมที่พัดผ่านประเทศไทยในฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยเป็นช่วงที่โลกโคจรเอาแกนที่เอียงออกจากดวงอาทิตย์ ทำให้ส่วนพื้นผิวของโลกที่เป็นมหาสมุทรได้รับแสงอาทิตย์มากกว่าส่วนที่เป็น พื้นทวีป เมื่ออากาศบริเวณมหาสมุทรที่ส่วนใหญ่อยู่ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ร้อนและลอยตัว สูงขึ้น จึงทำให้อากาศที่เย็นจากพื้นทวีปโดยเฉพาะจากประเทศจีนหรือทางทิศตะวันออก เฉียงเหนือพัดผ่านเข้ามา เราจึงเรียกกระแสลมดังกล่าวว่าลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ

2. ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เป็นลมที่พัดผ่านประเทศไทยในฤดูร้อนและฤดูฝนประมาณเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี โดยเป็นช่วงที่โลกโคจรเอาแกนที่เอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ ทำให้ส่วนของโลกที่เป็นพื้นทวีปได้รับแสงอาทิตย์มากกว่าส่วนที่เป็นมหาสมุทร เมื่ออากาศบริเวณพื้นทวีปที่ส่วนใหญ่อยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือร้อนและลอยตัวสูงขึ้น จึงทำให้อากาศที่เย็นกว่าจากมหาสมุทรโดขเฉพาะจากมหาสมุทรอินเดียพัดเข้ามา แทนที่เราจึงเรียกกระแสลมดังกล่าวว่าลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

ดังนั้นจะพบว่า ถ้าเราสร้างบ้านที่หันหน้าไปทางทิศใต้หรือตะวันตกเราจะมีโอกาสได้รับกระแสลม ธรรมชาติได้ถึง 8 เดือนจาก 12 เดือน เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ในสมัยก่อนปราชญ์จีนได้เน้นความสำคัญของการสร้าง บ้านหันหน้าไปทางทิศใต้ ในขณะที่ถ้าเราสร้างบ้านหันหน้าไปทางทิศเหนือหรือตะวันออก เราจะได้รับกระแสลมธรรมชาติเพียง 4 เดือนจาก 12 เดือน แต่ข้อดีของการสร้างบ้านหันหน้าทางทิศเหนือและตะวันออกคือการที่บ้านของเรา จะไม่ต้องรับแสงแดดจากดวงอาทิตย์มากเท่ากับบ้านที่หันหน้าทางทิศใต้และทิศตะวันตก

เรื่องลม ในทางฮวงจุ้ยถือว่าสำคัญมาก บ้านไหนถ้าขาดลม หรือไม่มีลมพัดเข้าบ้าน บ้านนั้นก็ขาดโชคลาภ สุขภาพของคนในบ้านก็ไม่ดี เพราะฉะนั้น บ้านทาวน์เฮ้าส์ที่มีกำแพงตันถึง 2 ด้าน โอกาสที่บ้านจะขาดลมก็มีมาก การเลือกซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ จึงต้องเน้นเรื่องของทิศทางลมเป็นสำคัญ

ทิศเหนือ-ใต้ เป็นทิศที่เหมาะกับบ้านทาวน์เฮ้าส์มากที่สุด เพราะเป็นทิศทางลมโดยตรง ถ้าบ้านทาวน์เฮ้าส์อยู่ในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งเป็นทิศของแดด นอกจากจะอับลมแล้ว แถมยังร้อนอีกต่างหาก ใครที่กำลังคิดจะซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์อยู่ตอนนี้ อย่าลืมดูทิศกันด้วยล่ะ เอาบ้านที่อยู่ทางทิศลมไว้ก่อน

โดยเฉพาะบ้านที่หันหน้าทางทิศใต้ น่าจะดีที่สุด เพราะลมจะมาทางทิศใต้เป็นส่วนใหญ่ประมาณ 9 เดือน ที่เหลือลมจะมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (ฤดูหนาว) ลมเข้าหน้าบ้านดีกว่าเข้าหลังบ้าน เพราะหลังบ้านส่วนใหญ่จะมีบ้านหลังอื่นบังลมเอาไว้ ยกเว้นว่าหลังบ้านโล่ง อาจเลือกบ้านหันหน้าทิศเหนือ หลังบ้านเป็นทิศใต้ได้

บ้านทาวน์เฮ้าส์ มีจุดที่ลมพัดเข้าบ้านได้เพียง 2 จุดเท่านั้นคือ หน้าบ้านกับหลังบ้าน ข้างบ้านหมดสิทธิ์ (ยกเว้นทาวน์เฮ้าส์หลังมุม) เมื่อเรารู้ว่าทางลมมาทางด้านไหน ก็อย่าเอาอะไรไปบังทางลมเด็ดขาด นี่เป็นข้อห้ามที่หลักฮวงจุ้ยให้ความสำคัญมากที่สุด

ขอบคุณภาพจาก thaihometown.com
ขอบคุณข้อมูลจาก homedd